การขายชอร์ตหุ้นไม่ได้รับประกันกำไรเสมอไป: ห้าประเด็นสำคัญเปิดเผยความจริงและความเสี่ยงของกลยุทธ์การขายชอร์ต

หนึ่ง, การขายชอร์ตไม่ใช่วิธีทำกำไรง่ายๆ อย่างที่คิด

นักเทรดมือใหม่หลายคนเมื่อเข้าตลาดหุ้น มักเข้าใจว่าหุ้นขึ้นก็ทำกำไร ขายก็ขาดทุน แต่ในตลาดก็มีกลุ่มเทรดเดอร์ที่ทำกำไรในช่วงหุ้นร่วงลง ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดจากกลยุทธ์การขายชอร์ตหุ้นเป็นหลัก

การขายชอร์ต (หรือเรียกว่าการเปิดสถานะขาย, การขายกู้ยืม, การขายล่วงหน้า) มีหลักการง่ายๆว่า: คาดว่าราคาหุ้นจะลง ก็ขายก่อนในราคาสูง แล้วรอให้ราคาลดลงค่อยซื้อคืน กำไรคือส่วนต่าง แต่เบื้องหลังของกลยุทธ์นี้ซ่อนกลไกตลาดและความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากมาย

นักลงทุนสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินหลายชนิดในการขายชอร์ต เช่น การกู้ยืมหุ้น, ฟิวเจอร์ส, ออปชัน, คอนแทรคฟอเร็กซ์ (CFD) เป็นต้น แต่สิ่งที่ควรเน้นคือ: การขายชอร์ตไม่ใช่วิธีทำกำไรที่มั่นคง ส่วนใหญ่จุดประสงค์คือการป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่แค่การแสวงหากำไรอย่างเดียว ตลาดก็มีคนที่รวยเร็วจากการขายชอร์ต แต่ก็มีคนที่ขาดทุนอย่างหนักเช่นกัน

สอง, แก่นแท้ของความเสี่ยงจากการขายชอร์ต: ขาดทุนไม่จำกัด กำไรจำกัด

นี่คือแนวคิดความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนทุกคนต้องเข้าใจ

เมื่อคุณซื้อหุ้น (Long) ความเสียหายสูงสุดคือเงินทุนที่ลงทุนไป แต่การขายชอร์ตแตกต่างอย่างสิ้นเชิง—ราคาหุ้นสามารถขึ้นไปไม่จำกัด ซึ่งหมายความว่าความเสียหายของคุณอาจขยายออกไปเรื่อยๆ

ตัวอย่างเช่น นักลงทุนขายชอร์ตหุ้นที่ราคา 50 ดอลลาร์ คาดว่าราคาจะลง แต่ถ้าบริษัทประกาศข่าวดี ราคาหุ้นไม่ลง กลับขึ้นไป 100 ดอลลาร์ 200 ดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้น ความเสียหายของผู้ขายชอร์ตจะทวีคูณและไม่มีขีดจำกัดในเชิงทฤษฎี

ในทางตรงกันข้าม กำไรจากการขายชอร์ตก็จำกัดอยู่ที่ราคาหุ้นลดลงไปถึง 0 เท่านั้น ซึ่งหมายความว่ากำไรสูงสุดคือส่วนต่างระหว่างราคาที่ขายและ 0 นั่นเอง ดังนั้น: การขายชอร์ตเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูงและยาก ต้องมีความเข้าใจตลาดลึกซึ้งและความสามารถรับความเสี่ยงสูงเท่านั้น

สาม, เงื่อนไขและข้อกำหนดในการเปิดสิทธิ์ขายชอร์ต

ตลาดหุ้นไต้หวัน: การขายชอร์ตด้วยการกู้ยืมหุ้น ต้องเปิดบัญชีเครดิต

ในไต้หวัน การขายชอร์ตด้วยการกู้ยืมหุ้น ต้องเปิดบัญชีเครดิตหุ้น ก่อน โดยทั่วไปบัญชีการลงทุนแบ่งเป็นสองประเภท:

การซื้อขายด้วยเงินสด: ใช้เงินทุนของตนเองซื้อขายตามราคาปัจจุบัน โดยไม่มีการใช้เลเวอเรจ เช่น นักลงทุนต้องการซื้อ 1000 หุ้น ราคาหุ้น 10 ดอลลาร์ ต้องเตรียมเงิน 10,000 ดอลลาร์

การซื้อขายด้วยเครดิต: สามารถกู้เงินหรือหุ้นจากโบรกเกอร์เพื่อซื้อขาย ซึ่งเป็นการใช้มาร์จิน การขายชอร์ตก็อยู่ในกลุ่มนี้

การเปิดบัญชีเครดิตมักต้องมีคุณสมบัติ:

  • เป็นบุคคลธรรมดาอายุ 20 ปีขึ้นไป
  • เป็นผู้อยู่อาศัยในสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)
  • เปิดบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน
  • มีการซื้อขายอย่างน้อย 10 รายการในรอบปีที่ผ่านมา

แต่ต้องระวังว่า การขายชอร์ตในไต้หวันมีข้อจำกัดชัดเจน: เมื่อไม่มีหุ้นให้กู้ ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ และถ้าราคาหุ้นยังคงขึ้น ความเสียหายก็จะขยายไม่รู้จบ

ตลาดโลก: คอนแทรคฟอเร็กซ์ (CFD) เป็นเครื่องมือขายชอร์ตที่ยืดหยุ่นกว่า

เมื่อเทียบกับการกู้ยืมหุ้น CFD เป็นเครื่องมือขายชอร์ตที่สะดวกกว่า เพราะเป็นการซื้อขายแบบมาร์จิน มีเลเวอเรจในตัว สามารถเปิดสถานะทั้ง Long และ Short ได้

การเปิดบัญชี CFD มักมีข้อกำหนดที่ผ่อนคลายกว่า:

  • เป็นบุคคลธรรมดาอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ผ่านการประเมินความเหมาะสมและยืนยันตัวตน

หลายแพลตฟอร์ม CFD ระดับนานาชาติ เริ่มต้นฝากขั้นต่ำเพียง 50 ดอลลาร์ ก็สามารถเทรดได้แล้ว เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดไทยจำกัด นักลงทุนจึงมักเลือกใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศเพื่อเทรดหุ้นต่างประเทศ, ฟอเร็กซ์, สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์ทั่วโลก

สี่, วิธีเลือกหุ้นและจังหวะเวลาที่ควรขายชอร์ต

ค้นหาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเป็นลบ

การขายชอร์ตต้องอาศัยแนวโน้มราคาหุ้นที่อยู่ในทิศทางขาลง นักลงทุนควรหาเป้าหมายที่มีปัจจัยลบชัดเจน เช่น รายได้ลดลงต่อเนื่อง, กำไรสุทธิเป็นขาดทุน, อุตสาหกรรมชะลอความต้องการ, นโยบายเข้มงวด ฯลฯ ตัวอย่างเช่น หุ้นเหล็กในสหรัฐ (X) ซึ่งเนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว ความต้องการเหล็กลดลงอย่างมาก ตั้งแต่ปี 2018 ที่ราคา 47.64 ดอลลาร์ จนถึงปี 2021 ที่ 4.54 ดอลลาร์ ลดลงกว่า 90% ในแนวโน้มขาลงชัดเจน นักลงทุนเพียงเข้าไปขายชอร์ตในจุดสูง ก็มีโอกาสทำกำไรสูง

สังเกตสัญญาณราคาหุ้นเบี่ยงเบนจากมูลค่าที่แท้จริง

  • การเก็งกำไรระยะสั้นทำให้ราคาหุ้นสูงเกินจริง: หุ้นบางตัวพุ่งขึ้นชั่วคราวจากอารมณ์ตลาดหรือพฤติกรรมไม่สมเหตุสมผล แต่พื้นฐานบริษัทไม่ได้ดีขึ้น
  • ข่าวร้ายสำคัญ: ผลประกอบการขาดทุน, การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร, การละเมิดกฎหมายธุรกิจ ฯลฯ
  • สัญญาณเทคนิคการกลับตัว: ราคาหุ้นขึ้นไปถึงจุดสูงสุดระยะสั้นหรือแนวต้าน แล้วเริ่มปรับตัวลง

เลือกขายชอร์ตในจุดสูงสุด ไม่ใช่ต่ำสุด

นักเทรดมือใหม่มักเข้าใจผิดว่า ควรขายชอร์ตในจุดต่ำสุดเพื่อ “ซื้อคืนถูก” แต่ความเสี่ยงคือ:

  • กำไรจำกัดอยู่ที่ความต่างของราคากับ 0
  • ราคาหุ้นอาจดีดตัวขึ้น ทำให้ขาดทุนมหาศาล
  • ต้องรับความเสี่ยงที่หุ้นจะลงแล้วดีดกลับ

แนวทางที่ถูกต้องคือ ค้นหาหุ้นที่อยู่ในจุดสูงสุดหรือบริเวณแนวต้าน ซึ่งมีโอกาสลงมากกว่า กำไรจึงมีโอกาสสูง ในขณะที่โอกาสขึ้นก็จำกัด

ห้า, สี่หลักการสำคัญของการเทรดขายชอร์ต

ต้องตั้งจุดตัดขาดทุน

นี่คือเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในกลยุทธ์ขายชอร์ต เพราะความเสียหายอาจไม่จำกัด การไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนเท่ากับการเสี่ยงเดิมพันแบบไม่รู้จบ ทุกการเทรดควรมีจุดขาดทุนกำหนดไว้ ถ้าถึงก็ปิดออเดอร์ทันที เพื่อควบคุมความเสียหายของแต่ละเทรด

เน้นเทรดระยะสั้น

เทรดเดอร์ขายชอร์ตที่ประสบความสำเร็จมักใช้กลยุทธ์ระยะสั้น—เทรดภายในวันเดียว ไม่ถือครองข้ามคืน ข้อดีคือ:

  • ทำกำไรได้รวดเร็ว จบในวันเดียว
  • ลดความเสี่ยงจากข่าวร้ายที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน
  • ลดผลกระทบจากการดีดตัวของราคาหุ้นที่อาจทำให้ขาดทุน

นักเทรดมืออาชีพจำนวนมากเป็นเทรดเดอร์แบบเดย์เทรด (Day Trader) ที่เข้าออกภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่นาที เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

วางแผนการจัดสรรเงินอย่างรอบคอบ

โอกาสขายชอร์ตไม่บ่อยนัก ควรรอจังหวะที่มีโอกาสชนะสูง แล้วจัดสรรเงินให้เหมาะสม ไม่ใช่การลงทุนแบบกระจายหรือแบ่งเทรดหลายออเดอร์ในเวลาเดียวกัน แต่เป็นการวางแผนเงินทุนในระดับที่รับความเสี่ยงได้ ถ้าราคากลับตัว ก็ยังรับได้โดยไม่เสียหายมาก

ปฏิบัติตามตรรกะการเทรดอย่างเคร่งครัด

ตลาดหุ้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนต้องมีเหตุผลชัดเจนในการเข้าออกตลาด ทั้งการซื้อและขายชอร์ต หากไม่มีความมั่นใจ การเข้าเทรดโดยไม่วางแผนจะเพิ่มความเสี่ยงและโอกาสขาดทุน

หก, เครื่องมือทางเลือกและการเลือกแพลตฟอร์มเทรดขายชอร์ต

ฟิวเจอร์ส vs การกู้ยืมหุ้น vs CFD

การกู้ยืมหุ้นเพื่อขายชอร์ต มีข้อจำกัดคือ: สภาพคล่องขึ้นอยู่กับตลาด, ค่าธรรมเนียมสูง, ต้องเปิดบัญชีอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป

ฟิวเจอร์ส ให้เลเวอเรจสูงกว่า แต่ต้องรับภาระต้นทุนการโอนสัญญา และไม่ใช่หุ้นทุกตัวมีฟิวเจอร์สรองรับ

CFD มีข้อได้เปรียบมากกว่า: รองรับสินทรัพย์ทั่วโลก, เลเวอเรจปรับได้, ไม่มีค่าคอมมิชชั่น, เทรดได้ตลอดเวลา, ไม่มีวันหมดอายุ สำหรับนักเทรดขายชอร์ตในยุคนี้ CFD เป็นเครื่องมือที่ทันสมัยและสะดวกมากขึ้น

เกณฑ์สำคัญในการเลือกแพลตฟอร์มเทรด

ไม่ว่าจะเลือกเครื่องมือใด ความปลอดภัยของแพลตฟอร์มคือสิ่งสำคัญที่สุด:

  • การกำกับดูแล: ตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น ASIC, FCA ฯลฯ
  • ความปลอดภัยของเงินทุน: ดูนโยบายแยกเงินและการคุ้มครอง
  • ต้นทุนการเทรด: เปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่น, สเปรด, ค่าธรรมเนียมข้ามคืน
  • สินค้าที่รองรับ: แพลตฟอร์มต้องรองรับสินทรัพย์ที่คุณสนใจเทรด
  • เสถียรภาพของระบบ: ความเร็วในการดำเนินการและความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มในช่วงเวลาที่มีการเทรดสูง

หลายแพลตฟอร์มระดับนานาชาติได้รับการกำกับดูแลจากหลายประเทศ มีสินค้าหลากหลาย เช่น หุ้นต่างประเทศ, ฟอเร็กซ์, สินค้าโภคภัณฑ์, คริปโตเคอเรนซี ฯลฯ การเลือกแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือครบครันและต้นทุนต่ำจึงเป็นทางเลือกที่ดี

สรุป: คำเตือนสุดท้ายเกี่ยวกับการขายชอร์ต

การขายชอร์ตไม่ใช่เทคนิคขั้นสูง แต่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่มีความเสี่ยงสูง ก่อนจะเริ่ม ควรเข้าใจว่า:

  • ขาดทุนในเชิงทฤษฎีไม่มีขีดจำกัด กำไรมีขีดจำกัด
  • ต้องมีจิตใจแข็งแกร่งและวินัยสูง
  • ไม่มีการทำนายที่สมบูรณ์แบบ มีแต่การบริหารความเสี่ยง
  • ไม่มีใครรวยเกินความเข้าใจของตัวเอง

ตัวอย่างในตลาดก็เต็มไปด้วยคนที่ขาดทุนจากการขายชอร์ต การรักษาเงินต้นและการลงทุนอย่างระมัดระวัง พร้อมเรียนรู้ต่อเนื่อง คือหนทางทำกำไรระยะยาว การขายชอร์ตเป็นเครื่องมือในกล่องเครื่องมือเท่านั้น ไม่ควรเป็นกลยุทธ์หลัก

ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด