ข่าว Gate News เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ราคาบิทคอยน์ร่วงต่ำกว่า 71,000 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 5% ภายใน 24 ชั่วโมงต่อเนื่องแนวโน้มปรับฐานของตลาดคริปโตโดยรวม ในขณะเดียวกัน อีเธอร์เรียม โซลานา และด็อกกี้ด็อกก็ปรับตัวลดลง 5% ถึง 6% มูลค่ารวมของสินทรัพย์ดิจิทัลสูญเสียกว่า 100 พันล้านดอลลาร์ ดัชนี GMCI 30 ก็ร่วงประมาณ 5% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันลดลงรวม 21%
นักเทรดอาวุโส Peter Brandt ชี้ให้เห็นว่าบิทคอยน์ปัจจุบันแสดงรูปแบบทางเทคนิคสองแบบที่แข่งขันกันอย่างชัดเจน ในด้านหนึ่ง เขาพบรูปแบบคล้ายฐานกลมที่อาจบ่งชี้ว่าความกดดันขายลดลงและผู้ซื้อเริ่มเข้ามา ในอีกด้านหนึ่ง เขาเตือนว่ามีรูปแบบแท่งเทียนแบบหมี (Bear Flag) ซึ่งหากราคาต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ อาจเป็นสัญญาณให้เกิดการปรับตัวลงครั้งใหม่ Brandt เน้นว่าผู้เทรดควรประเมินทั้งสองสถานการณ์อย่างรอบคอบและเตรียมพร้อมปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่น
ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคส่งผลต่ออารมณ์ตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5% ถึง 3.75% ซึ่งเสริมความคาดหวังว่าต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวจะยังคงสูงขึ้น รวมกับราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้นักลงทุนมีความเสี่ยงต่ำลง ดัชนี S&P 500 ใกล้แตะระดับต่ำสุดในรอบสี่เดือน ทองคำและเงินก็ร่วงประมาณ 3% ถึง 4% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสินทรัพย์ดั้งเดิมและตลาดคริปโต
ปริมาณสัญญาอนุพันธ์ที่เปิดค้างไว้ในตลาดสูงและการไหลเข้าของกองทุน ETF ที่ไม่สมดุลกันเพิ่มความไวต่อความผันผวนของราคา Samuel Leyne ชี้ว่าราคาน้ำมันและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของบิทคอยน์ในระยะสั้น แม้รูปแบบทางเทคนิคจะให้การสนับสนุนบางส่วนก็ตาม
บิทคอยน์เคยแตะใกล้ 76,000 ดอลลาร์ แต่ต่อมากลับร่วงลงมาที่บริเวณแนวรับประมาณ 70,000 ดอลลาร์ โครงสร้างตลาดโดยรวมและแรงกดดันทางมหภาคยังคงทำให้แนวโน้มระยะสั้นของบิทคอยน์ไม่แน่นอน นักเทรดจึงควรปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่นตามการเปลี่ยนแปลงของราคาสำคัญ เพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรง