ปัจจัยที่สองมาจาก ต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ ถ่านหิน เหล็ก และทองแดง ต่างก็พุ่งสูงขึ้นจากการที่การผลิตหยุดชะงักและปัญหาดำเนินการสายจำหน่าย บ่อยครั้งที่ประเทศผู้ส่งออกเหล่านี้ร่วมมือกันจำกัดปริมาณการผลิต เหตุการณ์โรคระบาดทำให้ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนจาก record low ในปี 2020 เป็น record high เมื่อประเทศต่าง ๆ เปิดประตูเศรษฐกิจขึ้นมา
ปัจจัยที่สามคือ ปัญหาการขาดแคลนสินค้าหลัก โดยเฉพาะตู้คอนเทนเนอร์ที่ขาดแคลนในการขนส่ง และชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ขาดแคลนในการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในช่วง work from home
Ця сторінка може містити контент третіх осіб, який надається виключно в інформаційних цілях (не в якості запевнень/гарантій) і не повинен розглядатися як схвалення його поглядів компанією Gate, а також як фінансова або професійна консультація. Див. Застереження для отримання детальної інформації.
Коли ціни на товари постійно зростають, це сигнал інфляції, яка наближається
ในปัจจุบันนี้ สินค้าในตลาดแพงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การซื้อของในชีวิตประจำวันกลายเป็นภาระมากขึ้น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “เงินเฟ้อ” ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเงินส่วนบุคคลของเราอย่างมหาศาล บทความนี้จะนำคุณไปสำรวจความหมาย สาเหตุ และวิธีการรับมือกับปรากฏการณ์นี้อย่างชาญฉลาด
ภาวะเงินเฟ้อ - ปรากฏการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงกำลังซื้อของเรา
เงินเฟ้อคืออะไร และเกิดขึ้นอย่างไร
เงินเฟ้อ นั้นหมายถึงสภาพเศรษฐกิจที่ราคาของสินค้าและบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ถ้ามองจากมุมของค่าเงิน เงินเฟ้อคือภาวะที่มูลค่าของเงินลดต่ำลงเรื่อย ๆ ทำให้ต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าชิ้นเดียวกัน
ยกตัวอย่าง เมื่อครั้งที่แล้ว นาย ก มีเงิน 50 บาท สามารถซื้อข้าวได้หลายจาน แต่เมื่อนี้เงินจำนวนเดียวกันนั้นซื้อได้เพียงจานเดียว ถ้าเรามองไปข้างหน้า ในหลายสิบปีข้างหน้า ราคาข้าวจานเดียวอาจสูงถึง 100 บาท หรือมากกว่านั้นก็ได้
เงินเฟ้อไม่ใช่แค่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจธรรมชาติ แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้บัญชาการใช้ในการวางแผนการเงินและนโยบายเศรษฐกิจ เมื่ออัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นหรือลง ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและทิศทางการลงทุนก็จะเปลี่ยนไปตามไปด้วย
ใครคือผู้ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ
กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อประกอบไปด้วยผู้ประกอบการธุรกิจส่วนตัว พ่อค้า หรือผู้ที่มีรายได้ในรูปแบบของเงินตรงที่มีความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากพวกเขาสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าขายได้ตามสถานการณ์
แตกต่างจากพนักงานที่ได้เงินเดือนประจำ แม้ว่าเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเพิ่มส่วนใหญ่จะน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น ทำให้พวกเขาสูญเสียอำนาจซื้อไปในทางปฏิบัติ
เงินเฟ้อเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใดบ้าง
ปัจจัยหลักที่นำมาซึ่งเงินเฟ้อ
ปัจจัยแรกคือ ความต้องการซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้นมากกว่าอุปทาน เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวหลังจากความผันผวน ประชาชนที่มีเงินออมสะสมไว้จำนวนมากในช่วงเศรษฐกิจถดถอยก็เร่งตัวออกมาซื้อสินค้า แต่ปัญหาคือ การผลิตสินค้ายังไม่ทันเพิ่มขึ้นให้เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ขายปรับราคาเพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่สองมาจาก ต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ ถ่านหิน เหล็ก และทองแดง ต่างก็พุ่งสูงขึ้นจากการที่การผลิตหยุดชะงักและปัญหาดำเนินการสายจำหน่าย บ่อยครั้งที่ประเทศผู้ส่งออกเหล่านี้ร่วมมือกันจำกัดปริมาณการผลิต เหตุการณ์โรคระบาดทำให้ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนจาก record low ในปี 2020 เป็น record high เมื่อประเทศต่าง ๆ เปิดประตูเศรษฐกิจขึ้นมา
ปัจจัยที่สามคือ ปัญหาการขาดแคลนสินค้าหลัก โดยเฉพาะตู้คอนเทนเนอร์ที่ขาดแคลนในการขนส่ง และชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ขาดแคลนในการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในช่วง work from home
ปัจจัยที่สี่เป็นการ พิมพ์เงินเพิ่มจำนวนมาก โดยหากรัฐบาลพิมพ์เงินออกมาเกินความจำเป็น ปริมาณเงินในระบบจะเพิ่มขึ้นอย่างหลวหลาย ทำให้มูลค่าเงินลดต่ำลงและเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง
สภาวะเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน
สัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าใกล้ภาวะ Stagflation (เงินเฟ้อสูงพร้อมการเติบโตเศรษฐกิจชะลอ) ตามข้อมูล IMF ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ร้อยละ 3.1 ในปี 2567 และร้อยละ 3.2 ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนเล็กน้อย แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเนื่องจากนโยบายการเงินที่ตึงตัว
ในประเทศไทย เศรษฐกิจยังไม่ได้เข้าเต็มตัวเข้าสู่ภาวะ Stagflation แต่สัญญาณต่างยัง…คง อยู่ใจระหว่างวังวน
ส่วนประกอบของอัตราเงินเฟ้อและดัชนีชี้วัดที่สำคัญ
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) คืออะไร
ทุกเดือน กระทรวงพาณิชย์จะเก็บรวบรวมข้อมูลราคาสินค้าและบริการจำนวน 430 รายการเพื่อคำนวณเป็น ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) การเพิ่มขึ้นของ CPI เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ก็คือ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้เป็นเป้าหมายในการออกนโยบายเงินตรา
สถิติเงินเฟ้อล่าสุดของไทย
ตามรายงานจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยในเดือนมกราคม 2567 อยู่ที่ระดับ 110.3 (ปีฐาน 2562 = 100) เพิ่มขึ้น 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2566 ที่มีระดับ 108.18 ปัจจุบันดัชนีอยู่ที่ 106.98 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Year-over-Year) ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 1.11 ซึ่งเป็นต่ำสุดในรอบ 35 เดือน
การลดลงดังกล่าวเกิดจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐ) รวมทั้งสินค้าต่างๆ เช่น ผักสดและเนื้อสัตว์ที่มีปริมาณผลผลิตเข้าตลาดเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบรายเดือน (Month-over-Month) ดัชนีมีการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.02 โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิง ค่ากระแสไฟฟ้า และค่าโดยสารต่างๆ เป็นครั้งแรกหลังจากลดลงติดต่อกัน 4 เดือน
ประวัติเงินเฟ้อของไทยในอดีต
ย้อนดูประวัติศาสตร์เงินเฟ้อของไทย พบว่าในปี 2517 ไทยเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อสูงถึง 24.3% เนื่องจากสงครามเขตตะวันออกกลางกระทบราคาน้ำมัน ปีที่เงินเฟ้อรุนแรงรองลงมาคือ 2523 เพราะสงครามระดับภูมิภาค
หลังจากนั้นอัตราเงินเฟ้อลดลงเรื่อยๆ จนถึงปี 2541 เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างหนัก ดัชนีราคาผู้บริโภค พุ่งขึ้นไปถึง 7.89% ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประเทศไทยจัดการให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับประมาณ 5% เพียงครั้งเดียวในปี 2551 ที่พุ่งเกินไปถึง 5.51%
สถานการณ์เปลี่ยนแปลงในเดือนพฤษภาคม 2565 เมื่ออัตราเงินเฟ้อทำบุคคลทะลุขึ้นไปอีก 7.10% เนื่องจากสัญญาณการแพร่ระบาดของวิกฤติพลังงานโลกจากเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน
ผู้ชนะและผู้แพ้ในสมการเงินเฟ้อ
ใครได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ
กลุ่มผู้ได้เปรียบ:
ใครเสียเปรียบจากเงินเฟ้อ
กลุ่มผู้เสียเปรียบ:
ภาวะเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างไร
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าที่จำเป็น
ลองดูตารางตัวอย่างราคาสินค้าในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้นตามปี:
จะเห็นว่าภาวะเงินเฟ้อทำให้ราคาของสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ค่าใช้จ่ายในการครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระทางการเงินมากขึ้น
ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
ผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป: ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้อำนาจซื้อลดต่ำลง เงินรายได้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับการใช้จ่าย
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ: เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้น ยอดขายอาจลดลง ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตก็เพิ่มขึ้น บางธุรกิจอาจต้องชะลอการลงทุนใหม่ ลดจำนวนพนักงาน หรืออาจเลิกกิจการลง
ผลกระทบต่อประเทศ: เมื่อการบริโภคลดลง ธุรกิจขาดรายได้ ความต้องการลงทุนชะลอ การพัฒนาศักยภาพการผลิตของประเทศในระยะยาวก็อาจหยุดชะงัก นอกจากนี้ถ้าอัตราเงินเฟ้อสูงถึงขั้นที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยติดลบ ประชาชนจะหันไปเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงสูง สะสมฟองสบู่ในตลาดต่างๆ
ท้องที่ถนัดอื่นไปจากเงินเฟ้อ: เงินฝืด
ภาวะเงินฝืด นั้นตรงกันข้ามกับเงินเฟ้อ เป็นสภาวะเศรษฐกิจที่ระดับราคาสินค้าและบริการ ลดลง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากความต้องการซื้อลดลง หรือปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจไม่เพียงพอ
เมื่อเงินฝืดเกิดขึ้น ผู้ผลิตจะไม่กระตือรือร้นที่จะผลิตสินค้า การลงทุนชะลอลง การจ้างงานลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจซบเซา
ทั้งภาวะเงินเฟ้อและเงินฝืด ถ้าเกิดขึ้นรุนแรงและยาวนาน ก็ล้วนเป็นการสูญเสีย ดังนั้นเศรษฐกิจที่ดีคือเศรษฐกิจที่มีเงินเฟ้อในระดับที่พอเหมาะ
ธุรกิจที่ทำกำไรได้จากเงินเฟ้อ
หากมองไปที่ตัวอย่างจริง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากการพุ่งตัวของราคาน้ำมันในช่วงเงินเฟ้อสูง ในครึ่งปีแรกของปี 2565 บริษัท ปตท. และกลุ่มบริษัททั้งในและต่างประเทศมีรายได้รวม 1,685,419 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 64,419 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 12.7% เมื่อเทียบกับครึ่งปีเดียวกันของปีก่อน
กำไร 64,419 ล้านบาทนี้ มาจากผลการดำเนินงานของ ปตท. คิดเป็น 24% ส่วนที่เหลือมาจากบริษัทในกลุ่ม ซึ่งเป็นตัวอย่างว่าบริษัทสามารถสวนกระแสและสร้างกำไรขนาดใหญ่จากภาวะเงินเฟ้อได้อย่างไร
วิธีรับมือและลงทุนเมื่อเงินเฟ้อมา
มาตรการทั่วไปของรัฐบาล
เมื่อเงินเฟ้อขึ้นสูง รัฐบาลและธนาคารกลางมักจะออกมาตรการชดเชย เช่น:
กลยุทธ์การลงทุนของบุคคล
วางแผนการลงทุนที่ชาญฉลาด: เมื่อดอกเบี้ยเงินฝากต่ำในช่วงเงินเฟ้อ การนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
หลีกเลี่ยงหนี้ที่ไม่มีประโยชน์: ลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น และวางแผนการใช้จ่ายให้เข้มงวดขึ้น
ลงทุนในสินทรัพย์ที่มั่นคง: ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่เสถียร ไม่เสื่อมค่าตามกาลเวลา และมักเพิ่มราคาไปในแนวทางเดียวกับเงินเฟ้อ
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ: เงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อการเงินส่วนบุคคล ควรติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อม
ตัวเลือกลงทุนที่เหมาะสม
เงินฝากดอกเบี้ยสูง: บัญชีเงินฝากแบบประจำที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า เช่น ฝากประจำ 12 หรือ 36 เดือน ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากทั่วไป
กองทุนอสังหาริมทรัพย์: อัตราค่าเช่าปรับตามเงินเฟ้อ ไม่ผันผวนตามตลาดหุ้น
ตราสารหนี้ประเภท Floating Rate Bond หรือ Inflation Linked Bond: มีการปรับอัตราดอกเบี้ยตามเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลง
ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์: เคลื่อนไหวในแนวทางเดียวกับเงินเฟ้อ เป็นสินค้าคงทนในระยะยาว
กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ
เมื่อเงินเฟ้อสูง นักลงทุนควรมองหุ้นกลุ่มต่างๆ ที่ได้ประโยชน์:
หุ้นธนาคาร: รายได้หลักจากส่วนต่างดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยตลาดเพิ่มขึ้น กำไรของธนาคารเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
หุ้นประกัน: มีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอยู่แล้ว เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนจากพันธบัตรก็เพิ่มขึ้น
หุ้นอาหาร: เป็นสินค้าที่จำเป็น ผู้ประกอบการสามารถส่งผ่านราคาให้ผู้บริโภค และมีอำนาจต่อรองในการกำหนดราคา
สรุป: ต้องรู้เกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ภาวะเงินเฟ้อเป็นปรากฏการณ์เศรษฐกิจที่ต้องเผชิญอยู่ ในระดับที่พอเหมาะ เงินเฟ้อจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต สร้างการจ้างงาน และหมุนเวียนเงินในระบบ
แต่เมื่อเงินเฟ้อมีสูงเกินไป (Hyper Inflation หรือที่เรียกว่า “เงินฝืด”) ก็จะกลายเป็นภัยสำหรับเศรษฐกิจและผู้บริโภค
นักลงทุนและประชาชนสามารถสร้างโอกาสและป้องกันตัวเองจากเงินเฟ้อได้ โดยการ:
การเข้าใจ เงินเฟ้อ อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจทางการเงินและการลงทุนได้อย่างฉลาดขึ้น